เทคโนโลยี

ผลสำรวจชี้คนส่วนใหญ่ยังใช้ iOS 18 แม้อัปเดตใหม่จะเปลี่ยนดีไซน์ครั้งใหญ่ในรอบสิบปี

ดีไซน์ Liquid Glass อาจไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน

แม้ว่า iOS 26 จะเปิดให้ดาวน์โหลดมาเกือบ 4 เดือนแล้ว แต่รายงานล่าสุดจาก Statcounter กลับชี้ให้เห็นว่าอัตราการอัปเดตของ iPhone รุ่นล่าสุดนั้นตามหลังรุ่นพี่อย่างเห็นได้ชัด โดยข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2026 พบว่ามีผู้ใช้งาน iPhone ทั่วโลกเพียงประมาณ 16% เท่านั้นที่ขยับไปใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ ซึ่งแบ่งเป็น iOS 26.1 ประมาณ 10.6% และ iOS 26.2 อีกราว 4.6% ในขณะที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่กว่า 60% ยังคงเลือกใช้งาน iOS 18 รุ่นเดิมอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะเวอร์ชัน iOS 18.7 และ 18.6 ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้

ตัวเลขดังกล่าวถือว่าผิดปกติมากเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต เพราะหากย้อนไปดูช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว iOS 18 เคยทำยอดผู้ใช้งานพุ่งสูงถึง 63% หลังจากเปิดตัวได้เพียง 4 เดือน หรือแม้แต่ iOS 17 ก็ยังเคยแตะระดับ 50% ได้ในกรอบเวลาเดียวกัน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสาเหตุที่ทำให้คนลังเลอาจมาจากดีไซน์ Liquid Glass แบบใหม่ที่เน้นความโปร่งแสงและมนกลมคล้ายฟองสบู่ ซึ่งถือเป็นการรื้อการออกแบบใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ iOS 7 แต่กลับได้รับเสียงตอบรับแบบกึ่งดีกึ่งเสียจากผู้ใช้งาน เนื่องจากบางส่วนมองว่าใช้งานยากและดูแปลกตาจนเกินไป

นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว ปัญหาด้านความเสถียรยังเป็นอีกปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ใช้ไม่กล้าเสี่ยง โดยมีรายงานเรื่องบั๊กและประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ลื่นไหลเท่าที่ควรในเวอร์ชันแรกๆ ทำให้ผู้ใช้งานเลือกที่จะรอให้ Apple ปล่อยอัปเดตย่อยเพื่อแก้ปัญหาให้เรียบร้อยเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก TelemetryDeck กลับนำเสนอภาพที่ต่างออกไป โดยระบุว่ามียอดผู้ใช้ iOS 26 สูงถึง 60% ซึ่งความแตกต่างนี้เกิดจากวิธีการเก็บข้อมูลที่ต่างกัน โดย Statcounter วัดจากยอดการเข้าชมเว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์ ในขณะที่ TelemetryDeck วัดผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้เครื่องมือพัฒนาของตนโดยตรง

ios-18-26-migrate

ความเคลื่อนไหวของ Apple ในปี 2026 นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการตั้งชื่อซอฟต์แวร์ด้วยการกระโดดข้ามตัวเลขจาก 18 มาเป็น 26 เพื่อให้สอดคล้องกับปีที่ใช้งานจริง แต่ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งชื่อและดีไซน์ในเวลาเดียวกันจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความระมัดระวังมากขึ้น ปัจจุบัน Apple กำลังเร่งทดสอบ iOS 26.3 เวอร์ชันเบตาเพื่อเตรียมปล่อยอัปเดตในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยหวังว่าจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นและดึงดูดให้ผู้ใช้ยอมเปลี่ยนใจมาใช้งานระบบปฏิบัติการใหม่นี้มากขึ้น

ในฝั่งของผู้ที่เลือกอยู่กับ iOS 18 ต่อไป หลายคนให้เหตุผลว่าระบบเดิมมีความเสถียรเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว และ Apple เองก็ยังคงสนับสนุนการอัปเดตความปลอดภัยให้แก่ iOS 18.7 อย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีแรงกดดันที่ต้องรีบอัปเกรดเป็นเวอร์ชันใหม่ทันทีเหมือนปีที่ผ่านๆ มา สงครามข้อมูลระหว่างความล่าช้าและความสำเร็จในครั้งนี้จึงยังคงต้องรอตัวเลขอย่างเป็นทางการจาก Apple อีกครั้งในช่วงกลางปี เพื่อสรุปว่าแนวทาง Liquid Glass นั้นเดินมาถูกทางหรือไม่

หากมองข้ามเรื่องดีไซน์ไป iOS 26 ยังมีฟีเจอร์เด่นอย่าง Apple Intelligence และระบบ Battery Intelligence ที่ช่วยจัดการพลังงานด้วย AI ได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งรองรับเฉพาะ iPhone 15 Pro ขึ้นไปเท่านั้น ดังนั้นสำหรับใครที่ใช้รุ่นเก่ากว่านั้นและไม่ได้ซีเรียสเรื่องหน้าตาใหม่ๆ การรอให้ระบบเสถียรกว่านี้บน iOS 18 ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ที่มา
9to5mac

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button