
Samsung กลับมาตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านหน่วยความจำอีกครั้ง หลังมีรายงานที่น่าตื่นเต้นว่าบริษัทเตรียมนำเทคโนโลยี LPDDR6 ไปอวดโฉมในงาน CES ปีหน้า แต่ไฮไลต์ที่ทำให้วงการต้องหันมามองคือความก้าวหน้าครั้งใหญ่ของเทคโนโลยี NAND รุ่นใหม่ ที่สามารถลดการใช้พลังงานลงได้สูงสุดถึง 96% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาดไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ศูนย์ข้อมูลสำหรับ AI และอุปกรณ์สมาร์ตโฟนต่างๆ ต้องการประสิทธิภาพด้านพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้มาจากการกล่าวอ้างลอยๆ แต่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง Nature เลยทีเดียว ผ่านงานวิจัยที่มีชื่อว่า Ferroelectric Transistor for Low-Power NAND Flash Memory ซึ่งมีทีมนักวิจัยร่วมถึง 34 ชีวิต จุดเริ่มต้นของการวิจัยนี้คือการทดลองกับ ออกไซด์เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งปกติแล้วไม่ค่อยเป็นที่นิยมในชิปประสิทธิภาพสูงเพราะมีค่าแรงดันเริ่มต้นที่สูง แต่ทีมกลับมองเห็นข้อดีในจุดนี้
หลักการสำคัญของเทคโนโลยีใหม่นี้คือการใช้คุณสมบัติของออกไซด์เซมิคอนดักเตอร์เพื่อ บล็อกกระแสที่ต่ำกว่าแรงดันเริ่มต้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยควบคุมการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าได้ดีขึ้นมาก แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้กับชิป NAND ที่มีโครงสร้างแบบเซลล์เรียงต่อกันเป็นเส้นยาว ซึ่งโดยปกติแล้ว ยิ่งจำนวนเซลล์มากเท่าไหร่ การรั่วไหลและการใช้ไฟก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ทีมวิจัยจึงออกแบบกลไกใหม่เพื่อจัดการกับปัญหาการสูญเสียพลังงานเหล่านี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นปกติเมื่อมีการอ่าน-เขียนข้อมูลใน NAND ที่มีจำนวนเลเยอร์ซ้อนกันมากขึ้นเรื่อยๆ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการลดการใช้พลังงานลงแบบก้าวกระโดดถึง 96% เมื่อเทียบกับชิปทั่วไป ทำให้เทคโนโลยีนี้ถูกจับตาว่าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยตอบโจทย์ยุคที่ความต้องการเก็บข้อมูลพุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ
แม้จะยังไม่มีการระบุช่วงเวลาที่เทคโนโลยี NAND ประหยัดไฟตัวใหม่นี้จะพร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน แต่เมื่อถึงวันที่เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้งานจริงเมื่อไหร่ เชื่อได้เลยว่าอุตสาหกรรมหน่วยความจำจะได้รับประโยชน์แบบวงกว้างอย่างแน่นอน ตั้งแต่ผู้ผลิตดาต้าเซนเตอร์ที่ต้องรองรับ AI ไปจนถึงผู้ผลิตสมาร์ตโฟน ก็จะสามารถลดภาระด้านพลังงานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ตอนนี้คงต้องจับตาดูความคืบหน้าของ NAND รุ่นประหยัดไฟนี้อย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการมาของมาตรฐานใหม่สำหรับอุปกรณ์พกพาอย่าง UFS 5.0 ที่กำลังจะเข้าสู่อุปกรณ์พกพาในอนาคตอันใกล้ และหวังว่า Samsung จะสามารถเดินหน้าการผลิตได้อย่างราบรื่น เพื่อให้เทคโนโลยีปฏิวัติวงการที่ทุกคนรอคอยนี้ถูกนำมาใช้งานจริงโดยเร็วที่สุด





