Google เตรียมเพิ่มปุ่มปิดระบบค้นหา AI ใน Photos หลังโดนวิจารณ์หนัก
โหมด Fast Classic Search ค้นหารวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา Google พยายามอย่างหนักในการผลักดันระบบ Gemini AI เข้าไปอยู่ในทุกบริการของบริษัท แต่ดูเหมือนว่าเสียงตอบรับจากผู้ใช้งานจะไม่เป็นไปตามที่หวัง โดยเฉพาะในแอป Google Photos ที่มีการเปลี่ยนระบบค้นหาแบบเดิมให้กลายเป็น Ask Photos ซึ่งทำงานด้วยพลังของ AI จนสร้างความหงุดหงิดให้กับผู้ใช้จำนวนมาก ล่าสุด Shimrit Ben-Yair หัวหน้าฝ่าย Google Photos ออกมายอมรับว่าบริษัทได้รับฟังเสียงสะท้อนเหล่านั้น และเตรียมเพิ่มปุ่มสลับโหมดกลับไปใช้การค้นหาแบบคลาสสิกได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส
ปัญหาหลักที่ทำให้ Ask Photos ไม่เป็นที่ประทับใจ คือความล่าช้าในการประมวลผลและการเลือกรูปภาพที่มักจะผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่า Google จะพยายามชูจุดเด่นเรื่องการค้นหาด้วยภาษาพูดที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่กลับมองว่ามันทำงานได้แย่กว่าระบบเดิมที่เคยปฏิวัติวงการไว้เสียอีก จนถึงขั้นที่ Google ต้องสั่งระงับการปล่อยฟีเจอร์นี้แบบเต็มตัวไปเมื่อช่วงกลางปี 2025 เพื่อนำกลับไปปรับปรุงใหม่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาในปัจจุบันก็ยังไม่ดีพอที่จะมัดใจผู้ใช้งานได้
ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ หากใครต้องการปิดการใช้งาน Ask Photos จะต้องเข้าไปกดตั้งค่าที่ซับซ้อนและลึกถึง 3 ชั้น ซึ่งสร้างความลำบากอย่างมาก แต่ในการอัปเดตที่กำลังจะมาถึง Google จะเพิ่มปุ่ม Toggle สำหรับเปิด-ปิด AI ไว้ที่ด้านบนสุดของแถบค้นหาอย่างชัดเจน หากผู้ใช้เลือกปิดโหมดนี้ ระบบจะเปลี่ยนกลับมาเป็นการค้นหาแบบ Fast Classic Search ทันที ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงไปตรงมาตามแบบฉบับดั้งเดิมที่ทุกคนคุ้นเคย

อย่างไรก็ตาม ทางทีมพัฒนาของ Google ยังไม่ละทิ้งความหวังในตัว Ask Photos โดย Shimrit Ben-Yair ระบุว่าทีมงานกำลังเร่งปรับจูนโมเดลใหม่เพื่อลดความซับซ้อนและเพิ่มคุณภาพของผลลัพธ์ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคำค้นหายอดนิยมที่เริ่มมีการพัฒนาให้แม่นยำกว่าเดิมบ้างแล้ว ซึ่ง Google หวังว่าการปรับปรุงนี้จะช่วยให้เสียงตอบรับในอนาคตกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง แต่การเพิ่มปุ่มปิด AI ให้เห็นเด่นชัดแบบนี้ ก็อาจจะทำให้ความตั้งใจที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ Gemini ทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม
การที่ Google ยอมให้มีทั้งสองระบบทำงานควบคู่กันไป ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงจุดอ่อนของ Ask Photos ในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน เพราะเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแบบตัวต่อตัว ผู้ใช้งานจะเห็นได้ทันทีว่าระบบเดิมนั้นทรงประสิทธิภาพเพียงใด การตัดสินใจครั้งนี้จึงถือเป็นการถอยหลังเพื่อตั้งหลัก และให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของผู้ใช้งานเป็นลำดับแรก มากกว่าที่จะดึงดันฝังเทคโนโลยี AI เข้าไปในทุกจุดโดยที่ระบบยังไม่พร้อมใช้งานจริง
สำหรับใครที่อึดอัดกับระบบค้นหาใหม่ที่ดูจะฉลาดน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เตรียมตัวรอรับการอัปเดตปุ่มสลับโหมดนี้ได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะช่วยให้การตามหารูปภาพในความทรงจำเก่าๆ กลับมาเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วเหมือนเดิมอีกครั้ง โดยไม่ต้องมานั่งรอ AI ประมวลผลให้เสียเวลาอีกต่อไป ถือเป็นบทเรียนสำคัญของยักษ์ใหญ่ไอทีที่ว่า เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดอาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ดีที่สุดเสมอไป







