<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>Mozilla Firefox &#8211; Thisisgame Thailand</title>
	<atom:link href="https://thisisgamethailand.com/tag/mozilla-firefox/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thisisgamethailand.com</link>
	<description>ดีสอีสเกม ข่าวเกมทั่วโลก เกมออนไลน์, เกมมือถือ, เกมพีซี, เกมคอนโซล (PS5,PS4,Nintendo,Xbox) ทั้ง ข่าว, รีวิว, พรีวิว, คอสเพลย์ และเทคโนโลยี ...เพราะที่นี่คือเกม!</description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 May 2026 20:42:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2023/11/cropped-TIG_web_icon-1-32x32.png</url>
	<title>Mozilla Firefox &#8211; Thisisgame Thailand</title>
	<link>https://thisisgamethailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Mozilla ยืนยันอย่างเป็นทางการ เตรียมแปลงโฉมครั้งใหญ่ให้ Firefox ภายใต้รหัสพัฒนา Nova</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/mozilla-revamp-nova-ui/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 May 2026 07:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Mozilla]]></category>
		<category><![CDATA[Mozilla Firefox]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=357306</guid>

					<description><![CDATA[ล่าสุดทาง Mozilla ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า พวกเขากำลังซุ่มพัฒนาโปรเจกต์ปรับปรุงหน้าตาและการใช้งานครั้งใหญ่ของ Firefox]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ล่าสุดทาง Mozilla ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า พวกเขากำลังซุ่มพัฒนาโปรเจกต์ปรับปรุงหน้าตาและการใช้งานครั้งใหญ่ของ Firefox ภายใต้ชื่อภายในว่า Project Nova ซึ่งมีกำหนดการที่จะปล่อยออกมาให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้สัมผัสกันภายในช่วงปลายปีนี้ โดยทีมพัฒนาแอบกระซิบมาว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเป็นแนวทางแบบ การฟื้นฟูและต่อยอด ไม่ใช่การทุบกระปุกทิ้งแล้วสร้างใหม่ เพื่อให้ตัวเบราว์เซอร์ก้าวทันโลกอินเทอร์เน็ตที่หมุนไปอย่างรวดเร็วและตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้ได้ดียิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ Project Nova ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือเรื่องของเครื่องมือรักษาความเป็นส่วนตัวและการใช้งานที่ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยหน้าตาโปรแกรมเวอร์ชันใหม่นี้จะทำการดึงเอาฟีเจอร์เด่นอย่างระบบ VPN ในตัว และโหมดการท่องเว็บแบบส่วนตัวขึ้นมาอยู่ในจุดที่มองเห็นได้ชัดเจน สะดวกต่อกลุ่มผู้ใช้งานหน้าใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับเมนูของ Firefox นอกจากนี้ตัวโปรแกรมจะเปลี่ยนมาใช้รูปทรงแท็บที่มีความโค้งมนละมุนตามากขึ้น ปรับปรุงไอคอนชุดใหม่ และเลือกใช้โทนสีที่มีความอบอุ่นซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก ความรู้สึกของเปลวไฟ เพื่อให้ดูทันสมัยแต่ไม่ดึงดูดสายตาจนรบกวนการทำงาน ทั้งยังมีการปรับแต่งเมนูและแผงควบคุมต่าง ๆ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งบนคอมพิวเตอร์พีซี โน้ตบุ๊ก และสมาร์ทโฟน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทางด้านเมนูการตั้งค่า หรือ Settings ก็ได้รับการออกแบบใหม่หมดจดเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำความเข้าใจและจัดการระบบควบคุมความเป็นส่วนตัวได้ง่ายขึ้น โดยรอบนี้ Mozilla ได้เพิ่มปุ่มสลับหรือ Kill Switch เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งปิดการทำงานของฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั้งหมดได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหากไม่ต้องการใช้งาน ในส่วนของระบบป้องกันการติดตามอัจฉริยะ หรือ Enhanced Tracking Protection ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้งานตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นระหว่างการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวสูงสุด หรือจะเลือกความสะดวกในการโหลดหน้าเว็บไซต์ต่าง ๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://cdn.neowin.com/news/images/uploaded/2026/05/1779373769_firefox_nova_redesign_header_story.webp" alt="mozilla-revamp-nova-ui" style="aspect-ratio:16/9;object-fit:cover;width:650px" title="Mozilla ยืนยันอย่างเป็นทางการ เตรียมแปลงโฉมครั้งใหญ่ให้ Firefox ภายใต้รหัสพัฒนา Nova 1"></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากเรื่องหน้าตาที่สวยงามแล้ว เรื่องความเร็วแรงก็เป็นสิ่งที่ทีมพัฒนาไม่ได้ละเลย เนื่องจากที่ผ่านมา Firefox มักจะโดนคู่อริในสาย Chromium อย่าง Google Chrome หรือ Microsoft Edge แซงหน้าในผลการทดสอบอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทาง Mozilla เผยว่าผู้ใช้งานจะสามารถ สัมผัสได้ถึงความเร็ว ที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะในช่วงปีที่ผ่านมาทีมงานสามารถปรับปรุงให้ Firefox โหลดเนื้อหาสำคัญบนหน้าเว็บได้เร็วขึ้นถึง 9% พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าการเปิดระบบบล็อกตัวติดตามโฆษณาต่าง ๆ นอกจากจะช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัวแล้ว ยังมีผลพลอยได้ที่ช่วยให้หน้าเว็บโหลดเสร็จไวขึ้นอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับสายจัดระเบียบหน้าจอและชอบปรับแต่งก็น่าจะถูกใจสิ่งนี้ เพราะระบบใหม่จะเพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำงานลื่นไหลขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดกลุ่มแท็บ การแบ่งหน้าจอแบบ Split View รวมถึงการจัดวางแท็บในแนวตั้ง หรือ Vertical Tabs ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นทีมงานยังยอมนำโหมด Compact คืนกลับมาใช้งานอีกครั้งตามเสียงเรียกร้องของแฟน ๆ ที่ชอบหน้าจอแบบกระชับแน่นหนา ควบคู่ไปกับการเพิ่มธีมและภาพพื้นหลังใหม่ ๆ ตลอดจนการปรับปรุงระบบช่วยเหลือผู้พิการให้สามารถอ่านเนื้อหา ใช้คีย์บอร์ดควบคุม และปรับโหมดมืดได้อย่างสบายตามากยิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเหล่านักประดิษฐ์และคนที่อยากทดลอง สัมผัสความล้ำของ Project Nova ก่อนใครในตอนนี้ ก็สามารถทำได้แล้วโดยการดาวน์โหลด Firefox เวอร์ชันทดสอบอย่าง Nightly มาติดตั้ง จากนั้นให้เข้าไปที่หน้า Advanced Preferences ผ่านตัวแก้ไขระบบ Configuration Editor โดยการพิมพ์คำว่า about:config ในช่องกรอกลิงก์ แล้วทำการเพิ่มตัวเลือกใหม่ที่ชื่อว่า browser.nova.enabled เข้าไป จากนั้นให้เปลี่ยนค่าจาก False เป็น True แล้วทำการปิดเปิดโปรแกรมใหม่อีกครั้ง แต่อย่าลืมว่าเวอร์ชัน Nightly นั้นยังเป็นเพียงตัวทดลองขำ ๆ ซึ่งอาจจะเจอปัญหาเรื่องความเสถียรหรืออาการโปรแกรมค้างระหว่างใช้งานได้</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Firefox แจก VPN ฟรี 50GB พร้อมฟีเจอร์แบ่งหน้าจอ Split View</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/mozilla-firefox-built-in-vpn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Mozilla Firefox]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=341396</guid>

					<description><![CDATA[ล่าสุด Mozilla ได้ปล่อยอัปเดต Firefox เวอร์ชัน 149 ที่มาพร้อมกับหมัดเด็ดอย่างบริการ VPN แบบบิวท์อินให้ใช้งานกันได้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ล่าสุด Mozilla ได้ปล่อยอัปเดต Firefox เวอร์ชัน 149 ที่มาพร้อมกับหมัดเด็ดอย่างบริการ VPN แบบบิวท์อินให้ใช้งานกันได้ฟรีๆ โดยมอบปริมาณข้อมูลให้สูงถึง 50GB ต่อเดือน ซึ่งฟีเจอร์นี้จะเน้นไปที่การรักษาความปลอดภัยผ่าน Proxy Server เฉพาะทราฟฟิกภายในเบราว์เซอร์เท่านั้น ต่างจากบริการ Mozilla VPN แบบเสียเงินที่คุ้มครองการใช้งานทั้งระบบปฏิบัติการ ช่วยให้การท่องเว็บผ่าน Wi-Fi สาธารณะหรือการค้นหาข้อมูลส่วนตัวมีความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การใช้งานนั้นง่ายมาก เพียงแค่ล็อกอินด้วยบัญชี Mozilla แล้วกดเปิดสวิตช์ที่มุมขวาบนของเบราว์เซอร์ ระบบจะทำการซ่อนตำแหน่งที่ตั้งและหมายเลข IP Address ของคุณทันที โดยผู้ใช้สามารถเลือกเปิดใช้งานเฉพาะบางเว็บไซต์ได้สูงสุด 5 เว็บเพื่อช่วยประหยัดปริมาณข้อมูล และจะมีระบบแจ้งเตือนเมื่อการใช้งานใกล้ครบกำหนด 50GB อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกนี้จะเริ่มเปิดให้ใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศสก่อน โดยยังไม่มีกำหนดการขยายไปยังภูมิภาคอื่นอย่างชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว Firefox 149 ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ Split View ที่หลายคนรอคอย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถวางแถบหน้าต่าง (Tabs) สองหน้าต่างคู่กันได้ในหน้าจอเดียวภายในหน้าต่างเบราว์เซอร์หลัก ฟีเจอร์นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำงานที่ต้องมีการเปรียบเทียบข้อมูล การจดบันทึกไปพร้อมกับการอ่านเนื้อหา หรือแม้แต่การทำธุรกรรมทางการเงินที่ต้องดูเอกสารหลายฉบับพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity) ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งในตลาด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://www.bleepstatic.com/images/news/u/1220909/2026/March/vpn.jpg" alt="mozilla-firefox-built-in-vpn" style="aspect-ratio:16/9;object-fit:cover;width:650px" title="Firefox แจก VPN ฟรี 50GB พร้อมฟีเจอร์แบ่งหน้าจอ Split View 2"></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในด้านการป้องกันเชิงรุก Firefox เวอร์ชันใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นองครักษ์พิทักษ์ผู้ใช้ด้วยการบล็อกการแจ้งเตือนและเพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงจากเว็บไซต์ที่ระบบ SafeBrowsing ระบุว่าเป็นอันตรายโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้หลงกลคลิกหน้าต่างป๊อปอัปหลอกลวงหรือโดนฝังมัลแวร์จากการอนุญาตสิทธิ์ที่พลาดพลั้งไปในอดีต ทำให้การท่องอินเทอร์เน็ตมีความสะอาดตาและปลอดภัยจากสิ่งรบกวนมากยิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการอัปเดตครั้งนี้ยังถือเป็นการทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ เพราะมีการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยมากถึง 46 จุด โดยกว่าครึ่งหนึ่งถูกจัดอยู่ในระดับความรุนแรงสูง (High Severity) ไม่ว่าจะเป็นข้อผิดพลาดในการจัดการหน่วยความจำ (User-after-free) หรือช่องโหว่ในส่วนของ JIT Engine ที่อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีเจาะเข้าสู่ระบบได้ การอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 149 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยที่ผู้ใช้งานทุกคนไม่ควรละเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าปัจจุบันบริการ VPN ฟรีจะยังจำกัดอยู่ในบางประเทศ แต่ผู้ใช้งาน Firefox ทั่วโลกยังคงได้รับประโยชน์จากฟีเจอร์ Split View และการอัปเดตความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น หากใครที่ใช้งาน Firefox อยู่แล้ว แนะนำให้ตรวจสอบการอัปเดตผ่านเมนู Help และเลือก About Firefox เพื่อให้แน่ใจว่าเบราว์เซอร์ของคุณเป็นเวอร์ชันล่าสุดและพร้อมรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Firefox เตรียมเพิ่มปุ่มสั่งปิด AI ได้ทุกฟีเจอร์ ให้ผู้ใช้เลือกได้ตามใจชอบ</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/firefox-ai-controller/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Feb 2026 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Firefox]]></category>
		<category><![CDATA[Mozilla Firefox]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=324995</guid>

					<description><![CDATA[ในขณะที่เบราว์เซอร์เจ้าดังหลายรายกำลังพยายามยัดเยียดฟีเจอร์ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งาน แต่ทาง Mozilla ผู้พัฒนาเบราว์เซอร์ Firefox]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เบราว์เซอร์เจ้าดังหลายรายกำลังพยายามยัดเยียดฟีเจอร์ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งาน แต่ทาง Mozilla ผู้พัฒนาเบราว์เซอร์ Firefox กลับเลือกเดินเส้นทางที่ต่างออกไป โดยเตรียมเพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้สามารถสั่งปิดการทำงานของ AI ทั้งหมดภายในเบราว์เซอร์ได้ด้วยสวิตช์เพียงตัวเดียว หรือจะเลือกเปิดใช้เฉพาะบางฟีเจอร์ที่เห็นว่ามีประโยชน์ก็ได้เช่นกัน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่รักความเป็นส่วนตัวและไม่ต้องการให้ AI เข้ามาแทรกแซงการท่องเว็บ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้จะมาพร้อมกับอัปเดตเวอร์ชันใหม่ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยจะมีการเพิ่มเมนู AI control เข้าไปในหน้าการตั้งค่า (Settings) ซึ่งในเมนูนี้จะรวมศูนย์การควบคุมฟีเจอร์ที่ทำงานด้วย AI ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแชตบอตที่ติดตั้งมาในตัว ระบบช่วยแปลภาษา การแนะนำการจัดกลุ่มแท็บอัตโนมัติ ไปจนถึงการสรุปเนื้อหาจากลิงก์พรีวิว ซึ่งผู้ใช้สามารถกดปิดการแจ้งเตือนและคำแนะนำเกี่ยวกับ AI ทั้งหมดได้จากที่นี่ที่เดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย้อนกลับไปในช่วงปีที่ผ่านมา Firefox ได้เริ่มทดสอบฟีเจอร์ AI หลายอย่างตามรอย Microsoft Edge และ Google Chrome เช่น ฟีเจอร์ shake to summarize ใน iPhone ที่เพียงแค่เขย่าเครื่อง AI ก็จะสรุปเนื้อหาบนหน้าเว็บให้ทันที รวมถึงโปรเจกต์ AI Window ที่เปรียบเสมือนพื้นที่ทำงานพิเศษพร้อมผู้ช่วยส่วนตัว ซึ่งทาง Anthony Enzor-DeMeo ซึ่งเป็น CEO ของ Mozilla เชื่อมั่นว่ายังมีช่องว่างในตลาดสำหรับเบราว์เซอร์ที่มาพร้อม AI บนพื้นฐานของความไว้วางใจและโปร่งใส</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Introducing AI controls in Firefox" width="1220" height="686" src="https://www.youtube.com/embed/iD4LspntEmI?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการประกาศแผนการมุ่งสู่การเป็น AI Browser เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้ใช้งานที่ไม่พอใจ ทำให้ Anthony Enzor-DeMeo ต้องออกมาให้สัญญาว่าจะสร้าง ปุ่มสังหาร หรือ kill switch เพื่อให้คนที่ไม่ชอบ AI สบายใจได้ โดยเขาย้ำว่าเสรีภาพในการเลือกคือหัวใจสำคัญของ Firefox และการพิสูจน์ให้เห็นว่า Mozilla เคารพการตัดสินใจของผู้ใช้นั้นเป็นวิธีเดียวที่จะรักษาความไว้วางใจเอาไว้ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากปุ่มปิดแบบครอบจักรวาลแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถจัดการรายละเอียดปลีกย่อยได้อีกหลายอย่าง เช่น การสั่งให้ AI ช่วยสร้างคำอธิบายรูปภาพ (Alt Text) ในไฟล์ PDF หรือการตั้งค่าให้แสดงเฉพาะหัวใจสำคัญของเนื้อหาเวลาเอาเมาส์ไปชี้ที่ลิงก์ ซึ่งการให้สิทธิ์ขาดกับผู้ใช้นี้ถือเป็นจุดแข็งที่ Firefox พยายามนำเสนอเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดเบราว์เซอร์ปัจจุบัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">Ajit Varma รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Firefox ระบุว่าโลกของเว็บกำลังเปลี่ยนไปเพราะ AI และความต้องการของผู้คนก็หลากหลายมาก บางคนไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับ AI เลยแม้แต่นิดเดียว ในขณะที่บางคนก็อยากได้เครื่องมือ AI ที่ช่วยทำงานได้จริง การรับฟังเสียงสะท้อนจากชุมชนผู้ใช้งานจึงนำมาสู่การสร้างระบบควบคุม AI นี้ขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งาน Firefox ได้ในรูปแบบที่ตัวเองต้องการที่สุดนั่นเอง</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<media:content url="https://www.youtube.com/embed/iD4LspntEmI" medium="video" width="1280" height="720">
			<media:player url="https://www.youtube.com/embed/iD4LspntEmI" />
			<media:title type="plain">Introducing AI controls in Firefox</media:title>
			<media:description type="html"><![CDATA[Starting with Firefox 148, which rolls out on Feb. 24, you’ll find a new AI controls section within the desktop browser settings. It provides a single place ...]]></media:description>
			<media:thumbnail url="https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2026/02/firefox-ai-controller-main.jpg" />
			<media:rating scheme="urn:simple">nonadult</media:rating>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Mozilla เดินหน้า AI ใน Firefox สวนกระแสความต้องการของผู้ใช้งาน</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/mozilla-ai-switch-off-features/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2025 04:56:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Mozilla]]></category>
		<category><![CDATA[Mozilla Firefox]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=317437</guid>

					<description><![CDATA[กระแสต่อต้านการรุกคืบของปัญญาประดิษฐ์ในโลกคอมพิวเตอร์กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ต]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">กระแสต่อต้านการรุกคืบของปัญญาประดิษฐ์ในโลกคอมพิวเตอร์กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากเริ่มรู้สึกว่า AI กลายเป็นสิ่งรบกวนมากกว่าจะเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเนื้อหาคุณภาพต่ำที่ผลิตโดย AI เริ่มหลั่งไหลเข้ามาจนเต็มฟีดข่าวและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ทำให้ความขลังของเทคโนโลยีนี้เริ่มจางหายไปในสายตาผู้ใช้งานทั่วไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนหน้านี้เราได้เห็นตัวอย่างชัดเจนจากกลุ่มผู้ใช้ Windows จำนวนมากที่แสดงจุดยืนแข็งกร้าวด้วยการปฏิเสธการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ หลังจากที่ Microsoft ประกาศแนวคิด agentic OS ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจต่อการถูกบังคับให้รับเอา AI เข้ามาผสานอยู่ในประสบการณ์ใช้งานหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์ แนวโน้มดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชี้ให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้ใช้ที่มีต่อเทคโนโลยีนี้กำลังสั่นคลอนอย่างหนัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ล่าสุด Mozilla ก็ไม่รอดพ้นแรงเสียดทานนี้เช่นกัน เมื่อ Anthony Ensor-DeMeo ซีอีโอคนใหม่ ได้ออกมาประกาศทิศทางที่จะปั้นให้ Firefox กลายเป็น เบราว์เซอร์ AI ยุคใหม่ พร้อมกับการเสริมซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์เข้าไปในตัวโปรแกรม การประกาศดังกล่าวได้จุดชนวนความไม่พอใจอย่างรุนแรงในกลุ่มผู้ใช้งานที่เคยยกย่องและศรัทธาว่า Firefox เป็นหนึ่งในไม่กี่เบราว์เซอร์ที่ยังคงจุดยืนเรื่องความเป็นส่วนตัวและปลอดจาก AI</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://futurism.com/wp-content/uploads/2025/12/outcry-firefox-promises-kill-switch-ai-features.jpg?w=1152&amp;h=605" alt="mozilla-ai-switch-off-features" style="aspect-ratio:16/9;object-fit:cover;width:650px" title="Mozilla เดินหน้า AI ใน Firefox สวนกระแสความต้องการของผู้ใช้งาน 3"></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เสียงวิจารณ์หลั่งไหลออกมาอย่างรุนแรงบนโลกโซเชียลมีเดีย โดยผู้ใช้จำนวนมากระบุว่าเหตุผลเดียวที่พวกเขาเลือกใช้ Firefox ก็เพราะไม่ต้องการฟีเจอร์ AI ที่ยุ่งยากและน่ารำคาญใจเหมือนเบราว์เซอร์เจ้าอื่น บางรายถึงขั้นออกมาเตือนว่าหาก Mozilla ยังคงเดินหน้าแนวทางนี้ต่อไป อาจจะเป็นการผลักไสไล่ส่งให้ฐานผู้ใช้ที่จงรักภักดีต้องหนีไปหาเบราว์เซอร์ทางเลือกอื่นเป็นการถาวร ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อโครงการโอเพ่นซอร์สในระยะยาว</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ทาง Mozilla จะรีบออกมาชี้แจงเพื่อลดอุณหภูมิความร้อนแรงว่า ผู้ใช้งานจะสามารถเลือกปิดฟีเจอร์ AI ทั้งหมดได้ด้วยตัวเองผ่านปุ่ม kill switch แต่คำอธิบายดังกล่าวกลับยิ่งสร้างข้อกังขาและไม่สามารถคลายความกังวลได้ เพราะหลายคนมองว่าการที่ต้องมานั่งปิดเองนั้นสะท้อนว่า AI ถูกตั้งค่ามาให้ทำงานเป็นค่าเริ่มต้นแต่แรก ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่เป็นทางเลือกจริงๆ และยังทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสในการสื่อสารกับชุมชนนักพัฒนา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ Firefox กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล คู่แข่งอย่าง Vivaldi กลับเลือกที่จะยืนอยู่ตรงข้ามอย่างชัดเจน โดยซีอีโอของ Vivaldi ประกาศกร้าวว่าจะใช้ AI ก็ต่อเมื่อเทคโนโลยีนั้นไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ไม่ทำลายโครงสร้างของเว็บแบบเปิด และไม่ลดทอนบทบาทของผู้ใช้งานให้กลายเป็นเพียงผู้เสพข้อมูลแบบเฉื่อยชา จุดยืนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนี้ยิ่งทำให้ทิศทางในอนาคตของ Firefox ถูกจับตามองและวิพากษ์วิจารณ์หนักขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
