<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>Android 16 &#8211; Thisisgame Thailand</title>
	<atom:link href="https://thisisgamethailand.com/tag/android-16/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thisisgamethailand.com</link>
	<description>ดีสอีสเกม ข่าวเกมทั่วโลก เกมออนไลน์, เกมมือถือ, เกมพีซี, เกมคอนโซล (PS5,PS4,Nintendo,Xbox) ทั้ง ข่าว, รีวิว, พรีวิว, คอสเพลย์ และเทคโนโลยี ...เพราะที่นี่คือเกม!</description>
	<lastBuildDate>Wed, 03 Dec 2025 15:41:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2023/11/cropped-TIG_web_icon-1-32x32.png</url>
	<title>Android 16 &#8211; Thisisgame Thailand</title>
	<link>https://thisisgamethailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Google ปล่อยฟีเจอร์ AI สรุปแจ้งเตือนใน Android 16</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/android-16-ai-summarize-features/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2025 04:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Android 16]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=312100</guid>

					<description><![CDATA[Google ได้ประกาศเปิดตัวชุดอัปเดต Android 16 อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มปล่อยให้ผู้ใช้สมาร์ตโฟนตระกูล Pixel ได้ใช้งานก่อน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Google ได้ประกาศเปิดตัวชุดอัปเดต <strong>Android 16</strong> อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มปล่อยให้ผู้ใช้สมาร์ตโฟนตระกูล Pixel ได้ใช้งานก่อน ถือเป็นก้าวสำคัญของแพลตฟอร์มที่ย้ายจากการอัปเดตใหญ่แบบรายปี ไปสู่การอัปเดตฟีเจอร์ถี่ขึ้นตลอดทั้งรอบชีวิตของระบบปฏิบัติการ โดยหัวใจหลักของเวอร์ชันใหม่นี้คือการนำ <strong>AI</strong> เข้ามาช่วยจัดการการแจ้งเตือนต่างๆ ให้ชีวิตผู้ใช้สะดวกขึ้นมาก</p>



<p>ฟีเจอร์เด่นที่สุดคือ <strong>สรุปการแจ้งเตือนด้วย AI</strong> ที่สามารถย่อยข้อความยาวๆ และบทสนทนากลุ่มที่รวดเร็วให้สั้นลงเหลือเพียงใจความสำคัญทันที ทำให้คุณไม่พลาดประเด็นสำคัญแม้จะยุ่งอยู่ก็ตาม นอกจากนี้ยังมี <strong>ระบบจัดระเบียบแจ้งเตือนอัตโนมัติ</strong> ที่จะช่วยคัดกรองการแจ้งเตือนความสำคัญต่ำ เช่น โปรโมชันหรือข่าวสารต่างๆ ออกไปจากแถบแจ้งเตือนหลัก ทำให้หน้าจอสะอาดตาและลดการรบกวนได้มาก</p>



<p>ผู้ใช้ยังได้รับตัวเลือกในการ <strong>Customization</strong> ที่มากขึ้นใน Android 16 ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรูปทรงไอคอนได้เองตามชอบ ไอคอนที่เข้าชุดตามธีมที่ตั้งไว้ และตัวเลือกสุดเจ๋งที่ทำให้แอปพลิเคชันที่ไม่มีธีมมืด (Dark Theme) สามารถแสดงผลในโทนมืดโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยถนอมสายตาและประหยัดแบตเตอรี่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มส่วน <strong>Parental Controls</strong> เข้ามาในเมนูการตั้งค่าโดยตรง ทำให้การกำหนดเวลาใช้งาน จัดการแอป และดูแลบุตรหลานสะดวกยิ่งขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://techcrunch.com/wp-content/uploads/2025/12/Screenshot-2025-12-02-at-12.51.39-PM.png?resize=900,687" alt="android-16-ai-summarize-features" style="width:650px" title="Google ปล่อยฟีเจอร์ AI สรุปแจ้งเตือนใน Android 16 1"></figure>
</div>


<p>นอกจากฟีเจอร์เฉพาะ Android 16 แล้ว ยังมีการเปิดตัวความสามารถใหม่ๆ ที่ไม่จำกัดเฉพาะเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ เช่น <strong>Call Reason</strong> ที่เปิดให้คุณติดแท็กการโทรไปยังรายชื่อว่าเป็นสายเร่งด่วน ผู้รับจะเห็นข้อความแจ้งความสำคัญทันที, <strong>Expressive Captions</strong> ที่สามารถระบุอารมณ์ของเสียง เช่น [sad] หรือ [joyful] บนวิดีโอหรือโพสต์ แม้จะปิดเสียงอยู่ และระบบแจ้งเตือนเมื่อคุณถูกเชิญเข้ากลุ่มจากเบอร์แปลก ทำให้คุณตัดสินใจตอบ ออกจากกลุ่ม หรือบล็อกเบอร์นั้นได้ทันที</p>



<p>ด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ต <strong>Chrome บนมือถือ</strong> ก็ได้รับการปรับปรุงให้สามารถ <strong>Pin Tab</strong> เหมือนบนเดสก์ท็อป ช่วยให้คุณเก็บหน้าเว็บสำคัญไว้ด้านหน้าเพื่อใช้งานต่อได้ง่าย ขณะเดียวกัน <strong>Circle to Search</strong> ถูกเสริมความสามารถให้สามารถตรวจสอบข้อความต้องสงสัยด้วย <strong>AI Overview</strong> ที่จะประเมินว่าเนื้อหานั้นอาจเป็นกลโกงหรือไม่ ซึ่งเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการรับข้อมูลจากช่องทางต่างๆ ได้ดีขึ้น</p>



<p>ปิดท้ายด้วยการเข้าถึง (Accessibility) ที่ Google ไม่เคยละเลย โดยมีการขยายความสามารถของ <strong>Guided Frame</strong> ในแอปกล้องบน Pixel ให้สามารถบรรยายภาพที่ละเอียดขึ้น เช่น ระบุคน เสื้อผ้า และการกระทำต่างๆ เพื่อช่วยผู้มีปัญหาด้านการมองเห็น และ <strong>Voice Access</strong> ที่สามารถสั่งเริ่มใช้งานด้วยเสียงได้ทันทีโดยไม่ต้องแตะหน้าจอ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว <strong>Fast Pair สำหรับเครื่องช่วยฟัง</strong> โดยเริ่มจากอุปกรณ์ของ Demant เพื่อให้การเชื่อมต่อราบรื่นและเป็นมิตรกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Android 16 เสริมเกราะความเป็นส่วนตัวด้วยระบบระบุตำแหน่งตามความหนาแน่นประชากร</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/android-16-may-fix-gps-privacy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2025 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Android 16]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=305451</guid>

					<description><![CDATA[ปกติแล้วแอปบน Android มักขอสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งผู้ใช้เพื่อให้บริการที่ตรงใจยิ่งขึ้น เช่น แผนที่นำทางหรือร้านอาหารใกล้เคียง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ปกติแล้วแอปบน Android มักขอสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งผู้ใช้เพื่อให้บริการที่ตรงใจยิ่งขึ้น เช่น แผนที่นำทางหรือร้านอาหารใกล้เคียง โดยระบบมีตัวเลือก Precise สำหรับความแม่นยำสูงและ Approximate สำหรับข้อมูลคร่าว ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ควบคุมระดับความละเอียดได้เอง อย่างไรก็ตามในพื้นที่ห่างไกลอย่างชนบทหรือเมืองเล็ก ๆ แม้เลือก Approximate แล้ว ข้อมูลคร่าว ๆ ก็ยังเสี่ยงถูกระบุตัวตนง่าย เนื่องจากถนนหรือบ้านเรือนมีน้อย ทำให้แนวคิดความเป็นส่วนตัวไม่สมบูรณ์เท่าพื้นที่หนาแน่น</p>



<p>เพื่อแก้ไขช่องโหว่นี้ Google จึงนำเสนอฟีเจอร์ density-based coarse locations ใน Android 16 ซึ่งปรับระดับความแม่นยำของตำแหน่งโดยอัตโนมัติตามความหนาแน่นประชากร หากอยู่ในเขตที่มีผู้อยู่อาศัยน้อย ระบบจะทำให้ข้อมูลตำแหน่งหยาบยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการติดตามที่ละเอียดเกินไป สิ่งนี้ช่วยให้ Approximate location ทำงานได้อย่างแท้จริงในทุกสภาพแวดล้อม</p>



<p>เบื้องหลังฟีเจอร์นี้คือ population density provider ซึ่งเป็นส่วนประกอบระบบที่ประเมินความหนาแน่นประชากรในพื้นที่ โดยปกติ Google Play Services จะรับผิดชอบ แต่ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายอื่น ๆ สามารถพัฒนาเวอร์ชันของตัวเองได้ โดยเฉพาะในตลาดที่ไม่มีบริการ Google เช่น จีน ทำให้ระบบยืดหยุ่นและปรับใช้ได้กว้างขวาง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://www.androidauthority.com/wp-content/uploads/2025/11/Android-approximate-and-precise-location-access-dialogs-1280w-720h.jpg.webp" alt="android-16-may-fix-gps-privacy" style="aspect-ratio:16/9;object-fit:cover;width:650px" title="Android 16 เสริมเกราะความเป็นส่วนตัวด้วยระบบระบุตำแหน่งตามความหนาแน่นประชากร 2"></figure>
</div>


<p>ปัจจุบันฟีเจอร์นี้ปรากฏในโค้ด Android 16 และเปิดใช้งานในอุปกรณ์ Pixel บางรุ่นแล้ว แม้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ นักพัฒนาแนะนำให้ทดสอบโดยใช้บริการตำแหน่งในพื้นที่ชนบท แล้วสังเกตว่าความละเอียดลดลงหรือไม่ เพื่อยืนยันการทำงานจริง ซึ่งอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับความปลอดภัยข้อมูล</p>



<p>นอกจากนี้ Google ยังพัฒนาโครงการ Bluewave ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ระบุตำแหน่งใหม่ที่ผสานข้อมูลจากดาวเทียม GNSS กับสัญญาณสถานีฐานโทรศัพท์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำสูงสุดถึง 2.25 เท่า ช่วยให้การนำทางในเมืองใหญ่แม่นยำยิ่งขึ้น แม้ยังอยู่ในขั้นทดสอบ แต่คาดว่าจะเสริมฟีเจอร์ density-based ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในอนาคต</p>



<p>โดยรวมแล้วการอัปเดตเหล่านี้แสดงให้เห็นความพยายามของ Google ในการสร้างสมดุลระหว่างความแม่นยำในการใช้งานกับการปกป้องความเป็นส่วนตัว ทำให้บริการตำแหน่งบน Android ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะอยู่ในย่านชุมชนแออัดหรือหมู่บ้านห่างไกล</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Android 16 เริ่มปล่อยอัปเดตให้ใช้งานแล้ว</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/google-android-16-release/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jun 2025 04:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Android 16]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=260423</guid>

					<description><![CDATA[หลังจาก Apple เปิดตัว iOS 26 ในงาน WWDC ไม่นาน Google ก็ตามมาติด ๆ ด้วยการปล่อย Android 16 สำหรับสมาร์ทโฟน Pixel ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลังจาก Apple เปิดตัว iOS 26 ในงาน WWDC ไม่นาน Google ก็ตามมาติด ๆ ด้วยการปล่อย <strong>Android 16 </strong>สำหรับสมาร์ทโฟน Pixel โดยเน้นเพิ่มฟีเจอร์ AI เข้าไปในแอปหลัก ๆ เช่น <strong>Google Photos</strong>, <strong>Messages</strong> และ <strong>Wallet</strong> พร้อมกับอัปเกรดประสบการณ์ผู้ใช้งานให้ลื่นไหลและปลอดภัยมากขึ้น</p>



<p>หนึ่งในไฮไลต์ของ Android 16 คือความสามารถในการเสนอคำแนะนำการแก้ไขภาพแบบอัจฉริยะใน <strong>Google Photos</strong> ช่วยให้ลบวัตถุ เคลื่อนย้ายส่วนประกอบ หรือแม้แต่สร้างใหม่ ส่วนหนึ่งของภาพได้อย่างชาญฉลาด นอกจากนี้ยังมีระบบ <strong>Live Notification </strong>บน Lock Screen แบบเดียวกับ iOS และการออกแบบ UI ใหม่หมดจดด้วย Material 3 Expressive</p>



<p>ในส่วนของความปลอดภัย Android 16 เพิ่มโหมด <strong>Advanced Protection Mode </strong>เพื่อปกป้องผู้ใช้ระดับ VIP และยังมีฟีเจอร์ <strong>Bluetooth LE Audio </strong>ที่ช่วยให้ใช้หูฟังเป็นไมโครโฟนแทนโทรศัพท์ได้ ช่วยให้คุณภาพเสียงเวลาคุยโทรศัพท์ดีขึ้นอย่างชัดเจน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://techcrunch.com/wp-content/uploads/2025/06/Screenshot-2025-06-10-at-8.34.56PM.jpg?resize=894,617" alt="google-android-16-release" style="width:auto;height:450px" title="Android 16 เริ่มปล่อยอัปเดตให้ใช้งานแล้ว 3"></figure>
</div>


<p>Google Messages ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เมื่อได้รับการสนับสนุน <strong>RCS Group Chat </strong>ที่จะมาแทน iMessage-style พร้อมเลือกไอคอนเองได้และปิดแจ้งเตือนแชทเฉพาะกลุ่มได้ รวมถึงฟีเจอร์ลดความรกของ Notification Drawer ด้วยการจัดกลุ่มอัตโนมัติ</p>



<p>สำหรับผู้ใช้ Pixel รุ่นที่รองรับ ยังมีอัปเดตรายเดือนในชื่อ <strong>Pixel Drop </strong>ที่เพิ่ม Widget <strong>Pixel VIPs</strong> แสดงปฏิสัมพันธ์ล่าสุดกับคนสำคัญใน Contact รวมถึง <strong>Expressive Captions </strong>ที่บอกได้ว่าใครกำลังกระซิบ หาว หรือไอระหว่างดูวิดีโอ</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น การสร้างสติกเกอร์จากคำสั่งข้อความ AI Summarization ใน Recorder (รองรับฝรั่งเศส-เยอรมัน) ระบบ <strong>Magnifier อัจฉริยะ </strong>ที่ช่วยหารายละเอียดในภาพด้วยการสั่งเสียง และฟีเจอร์ <strong>Emergency SOS ผ่านดาวเทียม </strong>สำหรับผู้ใช้ในออสเตรเลีย</p>



<p>Android 16 เริ่มปล่อยให้ผู้ใช้ Pixel บางกลุ่มได้ใช้แล้ว โดยเริ่มจากเวอร์ชัน Beta ก่อน จากนั้นจะทยอยอัปเดตให้ผู้ใช้ทั่วไปภายในปลายปีนี้</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Android 16 เตรียมเพิ่มความสามารถรองรับการทำงานแบบพีซี</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/google-android-16-samsung-dex/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 May 2025 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Android 16]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=254750</guid>

					<description><![CDATA[Android 16 ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ จะมาพร้อมกับความสามารถใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือการรองรับการแสดงผลแบบ Desktop Interface]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Android 16 ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ จะมาพร้อมกับความสามารถใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือการรองรับการแสดงผลแบบ Desktop Interface เมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับจอแสดงผลภายนอก แนวคิดเริ่มต้นของฟีเจอร์นี้เคยถูกพบเห็นในเวอร์ชัน Beta ของ Android 16 มาก่อน และล่าสุด Google ได้ยืนยันคุณสมบัตินี้อย่างเป็นทางการระหว่างการกล่าว Keynote สำหรับนักพัฒนา</p>



<p>ตามข้อมูลจากการนำเสนอ ฟีเจอร์ใหม่ด้านการจัดการหน้าต่างและการแสดงผลบนจอภายนอกนี้ ได้รับการพัฒนาร่วมกับ Samsung โดยสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Samsung DeX เพื่อนำความสามารถด้าน Windowing แบบ Desktop ที่ได้รับการปรับปรุงมาสู่ Android 16 ก่อนการสนับสนุนอย่างเป็นทางการนี้ Samsung DeX เป็นฟีเจอร์ที่ Samsung สร้างขึ้นเองใน One UI ซึ่งอนุญาตให้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตบางรุ่นของ Samsung สามารถแสดงสไตล์ Desktop ได้เมื่อเชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://9to5google.com/wp-content/uploads/sites/4/2025/05/android-16-desktop-2.png" alt="google-android-16-samsung-dex" style="aspect-ratio:16/9;object-fit:cover;width:650px" title="Android 16 เตรียมเพิ่มความสามารถรองรับการทำงานแบบพีซี 4"></figure>
</div>


<p>การนำไปใช้งานของ Google ดูเหมือนจะมุ่งเป้าไปที่การนำเสนอประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยมีหน้าต่างที่สามารถปรับขนาดได้ และ Dock สำหรับแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อยที่สุด บริษัทแสดงความเปิดกว้างในการให้ฟีเจอร์นี้ทำงานได้ทั้งบนแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ในโพสต์ Blog ที่เน้นย้ำถึงข้อดีของการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Adaptive Google ระบุว่า Android 16 จะมอบ ประสบการณ์ที่แท้จริงคล้าย Desktop บนหน้าจอขนาดใหญ่ และเมื่ออุปกรณ์เชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอก</p>



<p>แม้ภาษาที่ Google ใช้อาจยังคงเปิดกว้าง การรองรับประสบการณ์ Desktop นี้ยังคงขึ้นอยู่กับการที่ผู้ผลิต จะเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว และนักพัฒนาแอปพลิเคชันจะทำให้แอปฯ ของตนรองรับการปรับขนาดหน้าต่างได้อย่างเหมาะสม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการนำฟีเจอร์นี้ไปใช้จริงในวงกว้าง</p>



<p>ปัจจุบัน Android 16 เวอร์ชัน Developer Beta พร้อมให้ดาวน์โหลดสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตบางรุ่นแล้ว หากฟีเจอร์ Windowing แบบ Desktop และการรองรับจอแสดงผลภายนอกไม่ได้ถูกเลื่อนไปอยู่ในอัปเดตภายหลัง ผู้ใช้งานจะสามารถทดลองใช้คุณสมบัติใหม่เหล่านี้ได้ด้วยตนเองเมื่อ Android 16 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Samsung อาจได้ใช้งาน Android 16 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/samsung-android-16-summer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 May 2025 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Android 16]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=252383</guid>

					<description><![CDATA[Google ประกาศอย่างเป็นทางการในงาน The Android Show ซึ่งจัดขึ้นก่อนงานใหญ่อย่าง Google I/O ว่า Android 16 จะออกเป็นเวอร์ชันเสถียรในเดือนหน้า]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Google ประกาศอย่างเป็นทางการในงาน <strong>The Android Show </strong>ซึ่งจัดขึ้นก่อนงานใหญ่อย่าง Google I/O ว่า <strong>Android 16 จะออกเป็นเวอร์ชันเสถียรในเดือนหน้า </strong>และจะเริ่มปล่อยให้ผู้ใช้งานทั่วไปในช่วง <strong>ฤดูร้อนปีนี้</strong> โดยรวมถึง <strong>Samsung Galaxy </strong>ด้วย</p>



<p>หลังจากมีข่าวลือและเบต้าหลุดออกมาหลายรอบ ตอนนี้ก็ได้รับการยืนยันแล้วว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote quote-solid is-layout-flow wp-block-quote quote-solid-is-layout-flow">
<p><strong><em>One UI 8 บนอุปกรณ์ Galaxy จะอิงจาก Android 16</em></strong></p>
</blockquote>



<p>โดย Samsung เตรียมปล่อย <strong>One UI 8 Beta </strong>ให้ผู้ใช้บางส่วนได้ลองใช้ <strong>ภายในปลายเดือนนี้</strong> แม้จะยังไม่มีรายชื่อเครื่องที่เข้าข่ายอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะจำกัดเฉพาะ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Galaxy S25 Series</strong></li>



<li><strong>Galaxy Z Fold 6 และ Flip 6</strong></li>



<li>อาจขยายไปถึง <strong>S24 Series </strong>ในภายหลัง</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://www.androidauthority.com/wp-content/uploads/2024/10/Android-16-release-timeline-1536w-393h.jpg.webp" alt="samsung-android-16-summer" style="width:650px" title="Samsung อาจได้ใช้งาน Android 16 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า 5"></figure>
</div>


<p>สำหรับใครที่เคยเจอปัญหาจากการอัปเดต One UI 7 บน Android 15 ที่ล่าช้าและไม่เสถียรกันมาก่อน บอกเลยว่าคราวนี้ Samsung อาจปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น เพราะ:</p>



<blockquote class="wp-block-quote quote-solid is-layout-flow wp-block-quote quote-solid-is-layout-flow">
<p><em><strong>One UI 8 Beta อาจมีระยะเวลาทดสอบสั้นลง</strong> และ <strong>การอัปเดต Android 16 อาจมาเร็วกว่าเดิม</strong></em></p>
</blockquote>



<p>นอกจากนี้ ข่าวลือล่าสุดยังชี้ว่า Samsung อาจเปิดตัว <strong>Galaxy Z Fold 7 และ Flip 7 </strong>ในช่วง <strong>ปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคม </strong>ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่ Android 16 กำลังทยอยปล่อยให้กับอุปกรณ์รุ่นใหม่พอดี</p>



<p>แปลว่า สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นใหม่ของ Samsung อาจเปิดตัวพร้อม One UI 8 และ Android 16 แบบเต็มตัว แทนที่จะต้องรออัปเดตหลังวางขายเหมือนรุ่นก่อน</p>



<p>แม้ Android 16 จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น การควบคุมความเป็นส่วนตัว ความสามารถด้าน AI และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ได้ดีกว่า แต่ในส่วนของ One UI 8:</p>



<blockquote class="wp-block-quote quote-solid is-layout-flow wp-block-quote quote-solid-is-layout-flow">
<p><strong><em>Samsung อาจไม่ได้เพิ่มอะไรใหม่เยอะเท่าที่หลายคนคาด</em></strong></p>
</blockquote>



<p>เพราะ One UI 7 เพิ่งนำฟีเจอร์สำคัญไปก่อนหน้า ทำให้ One UI 8 มุ่งเน้นการปรับปรุงเล็กน้อย และเตรียมความพร้อมสำหรับ <strong>Material You Expressive Theme </strong>ที่จะปล่อยตามมาในช่วงปลายปีแทน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Google ซุ่มทำฟีเจอร์ใหม่ Android Desktop Mode</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/google-android-16-pc-mode/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 May 2025 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Android 16]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=249966</guid>

					<description><![CDATA[ใครเคยฝันไว้ว่าอยากใช้โทรศัพท์แทนโน๊ตบุ๊ค ตอนนี้ Google อาจจะกำลังทำให้ความฝันนั้นใกล้ความจริงมากขึ้น เพราะในเบต้าเวอร์ชันล่าสุดของ Android 16]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ใครเคยฝันไว้ว่าอยากใช้โทรศัพท์แทนโน๊ตบุ๊ค ตอนนี้ Google อาจจะกำลังทำให้ความฝันนั้นใกล้ความจริงมากขึ้น เพราะในเบต้าเวอร์ชันล่าสุดของ Android 16 มีการเปิดเผยฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Android Desktop Mode ซึ่งเมื่อทำงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณอาจจะสามารถเสียบโทรศัพท์เข้ากับหน้าจอ และใช้งานเหมือนคอมพิวเตอร์แบบพีซีได้เลย</p>



<p>จากรายงานของ Mishaal Rahman จาก Android Authority ซึ่งทดลองใช้งานฟีเจอร์นี้บน Google Pixel 8 Pro ที่อัปเดตเป็น Android 16 Beta ล่าสุด เขาสามารถเปิดใช้ Desktop Mode ผ่าน Developer Options และเมื่อเสียบเครื่องเข้ากับหน้าจอผ่าน USB-C ก็พบว่าระบบแสดงอินเทอร์เฟซแบบคล้ายคอมพิวเตอร์ทันที</p>



<p>หน้าตาของโหมดนี้จะมี:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>แถบสถานะด้านบน </strong>: แสดง Wi-Fi, สัญญาณมือถือ และแบตเตอรี่</li>



<li><strong>แถบงาน (Taskbar) ด้านล่าง </strong>: ใช้สำหรับปักหมุดแอปโปรด พร้อมเมนูแบบ Start Menu คล้าย Windows</li>



<li><strong>แอปเปิดแบบหน้าต่าง </strong>: คล้ายกับการใช้แอปบนแท็บเล็ต แต่มีความสามารถในการปรับขนาดและวางซ้าย/ขวาหน้าจอแบบ Windows</li>
</ul>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="DeX on Pixel?! FIRST LOOK at Android&#039;s new Desktop Mode!" width="1220" height="686" src="https://www.youtube.com/embed/JrE15if_AVs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>หลายคนอาจคุ้นเคยกับ Samsung DeX ที่ทำให้ Galaxy Phone กลายเป็นหน้าจอคอมได้ เมื่อเทียบกับ Android Desktop Mode ในตอนนี้ บอกเลยว่าแนวคิดคล้ายกัน แต่ Google ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น</p>



<p>เมื่อปีที่แล้ว ฟีเจอร์นี้ยังทำได้แค่เปิดแอปหน้าต่าง ๆ บนหน้าจอใหญ่ แต่ตอนนี้ Google ได้อัปเกรดเพิ่ม Display Placement Management ซึ่งช่วยให้คุณจัดตำแหน่งหน้าจอโทรศัพท์และหน้าจอภายนอกให้เชื่อมโยงกันได้อย่างลื่นไหล แบบเดียวกับที่เราใช้ใน Windows หรือ macOS</p>



<p>แม้ว่า Android 16 จะคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีนี้ แต่ Rahman ระบุว่า Desktop Mode ยังไม่น่าจะพร้อม 100% ตอนเปิดตัว อาจต้องรออัปเดตตามมาในภายหลัง หรือแม้กระทั่งไปโผล่ใน Android 17 ที่คาดว่าจะมาในปี 2026 เลยทีเดียว</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Android 16 Beta 4 ปรับโทนสีให้มืดลงใน Media Player</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/google-android-16-beta-media-player/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Android 16]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=245561</guid>

					<description><![CDATA[Google Android 16 ทำการปรับเปลี่ยนให้ภาพ artwork ใน Media Player ของ Pixel มืดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในหน้าล็อกสกรีนและ Quick Settings]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Google ทำการปรับเปลี่ยนให้ภาพ artwork ใน Media Player ของ Pixel มืดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในหน้าล็อกสกรีนและ Quick Settings โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนธีมระบบ</p>



<p>ตัวอย่างจาก YouTube และ YouTube Music แสดงให้เห็นความแตกต่างของโทนสีที่มืดลงอย่างชัดเจน แม้เอฟเฟกต์การเปลี่ยนสีแบบ lava lamp ยังคงอยู่แต่จะเห็นได้น้อยลง</p>



<p>Android 16 Beta 4 เพิ่มจุดที่ปลายสุดของสไลด์ปรับระดับเสียงใน Media Switcher เพื่อแสดงจุดสิ้นสุดที่ชัดเจนขึ้น สอดคล้องกับการอัปเดตสไลด์แบบ Material 3 อื่น ๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="975" height="493" src="https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2025/04/image-22.png" alt="google-android-16-beta-media-player" class="wp-image-245562" style="width:650px" title="Android 16 Beta 4 ปรับโทนสีให้มืดลงใน Media Player 6" srcset="https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2025/04/image-22.png 975w, https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2025/04/image-22-300x152.png 300w, https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2025/04/image-22-768x388.png 768w, https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2025/04/image-22-297x150.png 297w, https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2025/04/image-22-435x220.png 435w, https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2025/04/image-22-930x470.png 930w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></figure>
</div>


<p>การปรับโทนสีมืดลงอาจทำให้ Media Player ดูเรียบง่ายและไม่ดึงความสนใจมากเกินไป ซึ่งบางผู้ใช้อาจชื่นชอบสไตล์นี้มากกว่า</p>



<p>การเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ในขั้นทดสอบ และยังไม่มีการยืนยันว่าจะรวมอยู่ใน Android 16 เวอร์ชันปล่อยทางการ</p>



<p>การปรับเปลี่ยนนี้เป็นหนึ่งในหลาย ๆ การอัปเดตที่ Google ทำตลอดกระบวนการพัฒนาเบต้า เพื่อหาสมดุลระหว่างความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Android 16 เตรียมเพิ่มฟีเจอร์บันทึกภาพหน้าจอเมื่อต่อกับจอภายนอกในตัว</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/android-16-record-external-screen/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Mar 2025 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Android 16]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=237872</guid>

					<description><![CDATA[การบันทึกภาพหน้าจอสำหรับผู้ใช้งาน Android ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไร แต่มันจะเป็นอีกเรื่องหากมีการต่อเครื่องเข้ากับหน้าจอภายนอก]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การบันทึกภาพหน้าจอสำหรับผู้ใช้งาน Android ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไร แต่มันจะเป็นอีกเรื่องหากมีการต่อเครื่องเข้ากับหน้าจอภายนอก เพราะผู้ใช้งานต้องหาวิธีที่จะบันทึกภาพหน้าจอกันให้วุ่นวายสำหรับสิ่งที่อยู่ในหน้าจอภายนอก แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปเพราะอัปเดตใหม่ใน Android 16</p>



<p>ความสามารถใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในครั้งนี้ถูกพบใน Android 16 Beta 3 โดยเมื่อผู้ใช้งานต่อตัวเครื่องเข้ากับหน้าจอภายนอก ระบบจะขึ้นแจ้งเตือนขึ้นมาให้ได้เลือกไม่ว่าจะเป็น Record one app, Record this screen และ Record HDMI screen ซึ่งตัวเลือกสุดท้ายจะขึ้นมาเมื่อมีการต่อเข้ากับจอภายนอกเท่านั้น</p>


<div class="wp-block-image is-style-default">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://www.androidauthority.com/wp-content/uploads/2025/03/Record_this_screen_dialog_in_Android_16-1280w-720h.jpg.webp" alt="android-16-record-external-screen" style="aspect-ratio:16/9;object-fit:cover;width:650px" title="Android 16 เตรียมเพิ่มฟีเจอร์บันทึกภาพหน้าจอเมื่อต่อกับจอภายนอกในตัว 7"></figure>
</div>


<p>แน่นอนว่าตัวเลือกดังกล่าวจะช่วยทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะบันทึกภาพหน้าจอที่แสดงผลบนหน้าจอภายนอกได้ แบบเดียวกันกับที่ทำการบันทึกภาพหน้าจอจากตัวเครื่องโดยตรง แม้จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจแต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางอย่าง</p>



<p>นั่นคือการบันทึกภาพหน้าจอด้วยการใช้งานแบบ cast หรือการทำ mirror หน้าจอตัวเครื่องไปออกบนหน้าจอภายนอก ซึ่งเรื่องนี้คาดว่าน่าจะมีการปรับปรุงในอนาคตหากต้องการบันทึกภาพหน้าจอด้วยวิธีการใช้งานดังกล่าว</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Google พัฒนาฟีเจอร์แสดงผลหน้าจอภายนอกใน Android 16</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/google-android-16-display-external-mode/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Android 16]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=235346</guid>

					<description><![CDATA[ล่าสุด Google กำลังทดสอบเครื่องมือจัดการจอแสดงผลภายนอกใหม่ใน Android 16 ที่จะทำให้ Android เข้าใกล้ระบบของพีซีมากขึ้น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Google กำลังพยายามเปลี่ยน Android ให้กลายเป็นระบบที่สมบูรณ์แบบ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ บริษัทต้องปรับปรุงการทำงานของระบบให้รองรับวิธีการแสดงผลของพีซีมากขึ้น โดยเมื่อปีที่แล้ว Google ได้เพิ่มหน้า Settings สำหรับจัดการจอแสดงผลภายนอกใน Android ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับความละเอียดและการหมุนของจอภายนอกได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ Android แข่งขันกับ Windows, macOS หรือแม้แต่ Chrome OS ของ Google เองได้</p>



<p>ล่าสุด Google กำลังทดสอบเครื่องมือจัดการจอแสดงผลภายนอกใหม่ใน Android 16 ที่จะทำให้ Android เข้าใกล้ระบบของพีซีมากขึ้น โดยเมื่อผู้ใช้เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Google Pixel รุ่นล่าสุดกับจอภายนอก จะมีตัวเลือกให้แสดงผลแบบ Mirror แต่หากปรับค่าใน Developer Options ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเป็นการแสดงผลแบบ Extended ซึ่งจะทำให้จอภายนอกแสดงผลแบบพีซีแทนการ Mirror หน้าจอ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การ Extended จาก Android ไปยังจอภายนอกยังไม่ทำงานได้ดีเท่าพีซี ตัวอย่างเช่น เมาส์จะถูกจำกัดไว้ที่หน้าจอเดียวและไม่สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างจอได้ นอกจากนี้ Android ยังไม่ให้ผู้ใช้สลับระหว่างโหมด Mirror และ Extended ได้โดยง่าย ทำให้ต้องปรับค่าใน Developer Options และเชื่อมต่อใหม่ทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนโหมดแสดงผล</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="FIRST LOOK DEMO: Android&#039;s PC-like external display management features" width="1220" height="686" src="https://www.youtube.com/embed/_MNDPgFT6jY?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ Google กำลังพัฒนาให้เมาส์สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างจอที่เชื่อมต่อได้ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์จัดเรียงตำแหน่งจอ นอกจากนี้ยังมีปุ่มสลับระหว่างโหมด Mirror และ Extended แม้ฟีเจอร์เหล่านี้จะยังไม่เปิดใช้งานใน Android 16 Beta 2.1 แต่ผู้ทดสอบสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการปรับแต่งด้วยตนเอง</p>



<p>จากตัวอย่างเชื่อมต่อ Pixel 8 Pro กับจอภายนอก NexDock XL และเปิดหน้า External Display settings บนเครื่อง ในตอนแรก Android คิดว่า Pixel อยู่ด้านล่างของ NexDock แม้ในความเป็นจริงจะอยู่ด้านขวา ทำให้ต้องปัดขึ้น-ลงบนทัชแพดเพื่อเคลื่อนเมาส์ระหว่างจอ อย่างไรก็ตาม หลังจากปรับตำแหน่งหน้าต่างแสดงผลให้สอดคล้องกับตำแหน่งจริง สามารถเคลื่อนเมาส์ระหว่างจอได้โดยการปัดซ้าย-ขวาบนทัชแพด</p>



<p>เช่นเดียวกับบนพีซี Android อนุญาตให้ผู้ใช้จัดเรียงหน้าจอแสดงผลให้ตรงกับขอบเขตจริงของแต่ละจอได้ นอกจากนี้ยังสามารถสลับระหว่างโหมด Mirror และ Extended ได้ผ่านปุ่ม mirror built-in display พร้อมทั้งปรับขนาดข้อความและไอคอนบนจอภายนอกแยกจากจอในตัวได้ แม้ความสามารถในการควบคุม refresh rate ของจอภายนอกจะยังไม่พร้อม แต่มีสัญญาณว่า Google กำลังพัฒนาอยู่</p>



<p>แม้ฟีเจอร์เหล่านี้จะถูกพบใน Android 16 Beta 2.1 แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะพร้อมให้ใช้งานในเวอร์ชันหลักของ Android 16 หรือไม่ คาดว่าฟีเจอร์เหล่านี้จะไม่มาพร้อมกับ Android 16 ในระยะแรก แต่จะมีการอัปเดตตามมาในภายหลัง</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Google ปล่อยอัปเดต Android 16 Beta 2 พร้อมฟีเจอร์ใหม่สำหรับการถ่ายภาพโดยเฉพาะ</title>
		<link>https://thisisgamethailand.com/technology/google-android-16-beta-2-camera-features/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Artherlus]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Feb 2025 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Android 16]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thisisgamethailand.com/?p=226823</guid>

					<description><![CDATA[Google กำลังปล่อย Android 16 Beta 2 ให้ทดลองใช้ในวันนี้ ซึ่งจะนำเสนอฟีเจอร์ใหม่สำหรับช่างภาพมืออาชีพที่ต้องการควบคุมการถ่ายภาพ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Google</strong> กำลังปล่อย <strong>Android 16 Beta 2</strong> ให้ทดลองใช้ในวันนี้ ซึ่งจะนำเสนอฟีเจอร์ใหม่สำหรับช่างภาพมืออาชีพที่ต้องการควบคุมการถ่ายภาพและวิดีโอมากขึ้น โดยการอัปเกรดครั้งนี้รวมถึงตัวเลือกควบคุมการตั้งค่า manual control เมื่อใช้โหมดการเปิดรับแสงอัตโนมัติ (auto-exposure) การปรับอุณหภูมิสีและเฉดสีอย่างแม่นยำ และการรองรับภาพ <strong>Ultra HDR</strong> ในรูปแบบไฟล์ <strong>HEIC</strong> หลังจากวันนี้ คาดว่าจะมี Android 16 Beta ออกมาอีก 2 เวอร์ชันก่อนจะเปิดตัวเต็มรูปแบบในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้</p>



<p>เดิมทีแอปกล้องของ Android ให้ช่างภาพเลือกได้ระหว่างควบคุมการตั้งค่าการเปิดรับแสงด้วยตนเองทั้งหมดหรือปล่อยให้ระบบ auto-exposure จัดการทุกอย่าง แต่ใน Android 16 จะมีโหมด auto-exposure แบบไฮบริดใหม่ที่ให้ควบคุมการตั้งค่า <strong>ISO</strong> หรือเวลาการเปิดรับแสงด้วยตนเอง ในขณะที่อัลกอริทึม AE ของแอปกล้องจะจัดการส่วนที่เหลือ ซึ่งจะช่วยให้ช่างภาพที่ต้องการหลีกเลี่ยงการรบกวนจากการเพิ่มค่า ISO มีความยืดหยุ่นมากขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://platform.theverge.com/wp-content/uploads/sites/2/2025/02/android_camera2.jpg?quality=90&amp;strip=all&amp;crop=0.016191709844563,0,99.967616580311,100&amp;_gl=1*1d6ett0*_ga*NjY3MTI4NjQuMTczMjkxMjQxNQ..*_ga_9GXHZT6RVE*MTczOTQ4NDM1Mi4zMy4xLjE3Mzk0ODUzNTQuNTUuMC4w" alt="google-android-16-beta-2-camera-features" style="width:650px" title="Google ปล่อยอัปเดต Android 16 Beta 2 พร้อมฟีเจอร์ใหม่สำหรับการถ่ายภาพโดยเฉพาะ 8"></figure>
</div>


<p>การปรับ white balance ซึ่งปัจจุบันจำกัดอยู่ที่รายการค่าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จะถูกขยายด้วยการควบคุมอุณหภูมิสีและเฉดสีอย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้ช่างภาพชดเชยสภาพแสงที่ท้าทายและมั่นใจได้ว่าพวกเขากำลังถ่ายภาพและวิดีโอที่มีสีถูกต้องโดยไม่ต้องปรับสีในภายหลัง</p>



<p>Android 16 Beta 2 ยังเพิ่มการรองรับภาพ Ultra HDR ในรูปแบบไฟล์ HEIC (<strong>High Efficiency Image Container</strong>) ซึ่งมีคุณภาพสูงกว่า JPEG ในขณะที่ใช้พื้นที่น้อยลงด้วยเทคนิคการบีบอัดที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับ Ultra HDR JPEG ไฟล์ Ultra HDR HEIC จะมี <strong>gain map</strong> ฝังอยู่ในเมตาดาต้าเพื่อให้สามารถดูภาพได้อย่างถูกต้องบนอุปกรณ์รุ่นเก่าที่มีหน้าจอแบบ <strong>standard dynamic range</strong> ส่วนบนอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่มีหน้าจอแบบ <strong>high dynamic range</strong> จะเห็นรายละเอียดสี ความสว่าง และคอนทราสต์เพิ่มเติม</p>



<p>Android 16 Beta 2 พร้อมให้ทดลองใช้บนสมาร์ทโฟน <strong>Google Pixel</strong> เริ่มตั้งแต่ <strong>Pixel 6</strong> รวมถึง <strong>Pixel Tablet</strong> แล้ว</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
